วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560



วิชาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย
(Learning Experiences Management in Early Childhood Education)
อาจารย์ผู้สอน:จินตนา สุขสำราญ
ประจำวันที่:จันทร์ที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา 11.30 - 14.30
เรียนครั้งที่:6
กลุ่มเรียน 102 จันทร์ ห้อง 34-301




ความรู้ที่ได้รับ

คุณครูให้นักศึกษาออกมาสอนแผนการเคลื่อนไหวของแต่ละหน่วยซึ่งมีหน่วยการเรียนการสอนทั้งหมด 4 หน่วย
1.นม
2.ดิน
3.ไข่
4.กล้วย
โดยคุณครูจะให้คำแนะนำเทคนิคในการสอนแผนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะให้กับนักศึกษาทุกคนเพื่อนำไปปรับใช้ให้แผนการสอนมีความสมบูรณ์ถูกต้องมากขึ้น

การใช้สมองเป็นฐาน 


เพลง ศูนย์ สอง ห้าสิบ 





เพลง จับหัว จับหู จับไหล่



เพลงอย่าเกียจคร้าน




ภาพกิจกรรม 












แผนการจัดประสบการณ์หน่วย ไข่ เรื่องประเภทของไข่ วันจันทร์



วัตถุประสงค์
1. เด็กสามารถบอกชื่อไข่ได้
2
.เด็กฟังและตอบคำถามของครูได้
3.เด็กสนทนาโต้ตอบร่วมกับเพื่อนและครูได้

4.ได้พัฒนาทักษะทางภาษา

สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
-เด็กบอกได้ว่าไข่ชนิดไหนรับประทานได้และไข่ชนิดไหนรับประทานไม่ได้

ประสบการณ์สำคัญ
เทคนิคการสอนร้องเพลง
ด้านร่างกาย
-การเคลื่อนไหวอยู่กับที่และการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
ด้านอารมณ์
-จิตใจ
-การแสดงออกอย่างสนุกสนานกับเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ
 ด้านสังคม
-การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้
-การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น
อ่านให้เด็กฟัง
ให้เด้กร้องตามทีละวรรค
ร้องพร้อมกัน
แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยไข่ ลักษณะของไข่ ประจำวันอังคาร

ด้านสติปัญญา
- การแสดงความรู้สึกด้วยคำพูด
- การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตน

กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
1. ครูและเด็กร่วมกันร้อง เพลง ไข่มีหลายชนิด(นามผู้แต่ง ณานุรักษ์ )
   ไข่ ไข่ ไข่ ไข่มีหลายชนิด
   ไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่นกกระทา
    และอีกมากมายไข่งู ไข่เต่า
***(ซ้ำอีก1รอบ)***
2.ครูและเด็กสนทนาเกี่ยวกับเนื้อเพลง ไข่มีหลายชนิด ดั่งนี้
-ในเพลงมีไข่อะไรบ้าง
-นอกจากไข่ในเน้อเพลงยังมีไข่อะไรอีกบ้าง
-เขียนชื่อไข่ที่เด็กๆตอบลงแผ่นชาร์ต
ขั้นสอน
3.ครูเอาตระกร้าไข่ที่คุมผ้าออกมาให้เด็กๆพร้อมกับสนทนากับเด็กดังนี้
-เด็กๆคิดว่ามีอะไรอยู่ใต้ผ้าคุมคะ
-เด็กๆคิดว่ามีไข่กี่ฟองในตะกร้าคะ
ขั้นสรุป
4.ครูและเด็กร่วมกันสรุปว่าในแผ่นชาร์ตมีไข่อะไรบ้างและร่วมกันสรุปว่ามีไข่อะไรมากกว่ากันระหว่างไข่ไก่และที่ไม่ใช่ไข่ไก่

สื่อ/แหล่งเรียนรู้
-แผ่นชาร์ตเพลง ไข่มีหลายชนิด
-แผนชาร์ต
-ไข่ชนิดต่างๆ

-ภาพไข่ชนิดต่างๆ

การวัดและประเมินผล
1สังเกตการบอกชิอไข่ได้
2
.สังเกตการสนทนาโต้ตอบร่วมกับเพื่อนและครู
3. สังเกตการฟังและตอบคำถามของครู
4.การใช้ภาษาในการตอบคำถาม




ประเมินผู้สอน : สอนเข้าใจเเละสนุกสนาน ผู้สอนแต่งกายสุภาพ

ประเมินเพื่อน : ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน

ประเมินตนเอง: มาทันเวลามีสมาธิในการเรียน






วิชาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย
(Learning Experiences Management in Early Childhood Education)
อาจารย์ผู้สอน:จินตนา สุขสำราญ
ประจำวันที่:จันทร์ที่ 4 มีนาคม 2560 เวลา 11.30 - 14.30
เรียนครั้งที่:5
กลุ่มเรียน 102 จันทร์ ห้อง 34-301




              การจัดประสบการณ์แผนเคลื่อนไหวเรื่องลักษณะของนมลักษณะของดินและ ลักษณะของไข่ วันวันอังคาร

เพื่อนๆแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแผนการสอนเคลื่อนไหวแผนการสอนของวันจันทร์โดยแต่ละกลุ่มมีข้อปฏิบัติต่างๆตามแผนที่เขียนการจะจัดเรื่องที่จะสอน ต้องทำแตกเป็นมายแมปเพื่อให้เด็กรู้ว่าจะต้องเรียนอะไรบ้าง เช่น

หน่วยไข่
-ลักษณะของไข่
-สีของไข่
-กลิ่นของไข่
-ผิวของไข่

หน่วยนม
-นมมีลักษณะอย่างไร
-นมมีที่มาอย่างไร
-ประโยชน์
-โทษ

คุณครูตั้งคำถาม เชิงวิทยาศาสตร์
ตัวอย่าง
ปัญหาคือ เราจะทำอย่างไรให้นมกลายเป็นไอศกรีม
สมมุติฐาน คิดว่าถ้าหากเอานมเข้าตู้เย็นในช่องฟีสจะทำให้แข็งทดลอง โดยการเอาเกลือใส่ในน้ำแข็งและเอานมใส่เเล้วเขย่าไปเรื่อยๆจนเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นมกลายเป็นน้ำแข็งจนทำให้น้ำแข็งจนทำให้น้ำแข็งถึงจุดเยือกแข็งและกลายเป็นไอศกรีม จึงสรุปได้ว่า การทดลองเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้









ประเมินผู้สอน : คุณครูบอกสิ่งที่ผิดพลาดและสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมในการสอน
ประเมินเพื่อน  : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนการสอนร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนอย่างเตจ็มที่
ประเมินตนเอง: มีสมาธิขณะเรียนตั้งใจทำตามกิจกรรมที่เพื่อนสอน









วิชาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย
(Learning Experiences Management in Early Childhood Education)
อาจารย์ผู้สอน:จินตนา สุขสำราญ
ประจำวันที่:จันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11.30 - 14.30
เรียนครั้งที่:3
กลุ่มเรียน 102 จันทร์ ห้อง 34-301




ความรู้ที่ได้รับ
ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย

             การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๕ ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคม-วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และ ความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม
หลักการจัดการศึกษาปฐมวัย
การจัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ ยึดหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย  ดังนี้
๑. การสร้างหลักสูตรที่เหมาะสม  การพัฒนาหลักสูตรพิจารณาจากวัยและประสบการณ์ของเด็ก   โดยเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาเด็กทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์เดิมที่เด็กมีอยู่ และประสบการณ์ใหม่ที่เด็กจะได้รับต้องมีความหมายกับตัวเด็ก เป็นหลักสูตรที่ให้โอกาสทั้งเด็กปกติ เด็กด้อยโอกาส และเด็กพิเศษได้พัฒนา รวมทั้งยอมรับในวัฒนธรรมและภาษาของเด็ก พัฒนาเด็กให้รู้สึกเป็นสุขในปัจจุบัน มิใช่เพียงเพื่อเตรียมเด็กสำหรับอนาคตข้างหน้าเท่านั้น

๒. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก  สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้จะต้องอยู่ในสภาพที่สนองความต้องการ ความสนใจของเด็กทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน  ผู้สอนจะต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กได้อยู่ในที่ที่สะอาด ปลอดภัย  อากาศสดชื่น  ผ่อนคลาย        ไม่เครียด  มีโอกาสออกกำลังกายและพักผ่อน  มีสื่อวัสดุอุปกรณ์ มีของเล่นที่หลากหลาย เหมาะสมกับวัย   ให้เด็กมีโอกาสได้เลือกเล่น  เรียนรู้เกี่ยวกับตนเองและโลกที่เด็กอยู่  รวมทั้งพัฒนาการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม ดังนั้น สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนจึงเป็นเสมือนหนึ่งสังคมที่มีคุณค่าสำหรับเด็กแต่ละคนจะเรียนรู้และสะท้อนให้เห็นว่าบุคคลในสังคมเห็นความสำคัญของการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษากับเด็กปฐมวัย

๓.  การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก  ผู้สอนมีความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กอย่างมาก ผู้สอนต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอกความรู้หรือสั่งให้เด็กทำมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก  ในการจัดสภาพแวดล้อมประสบการณ์และกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่ผู้สอนและเด็กมีส่วนที่จะริเริ่มทั้ง  ๒  ฝ่าย โดยผู้สอนจะเป็น       ผู้สนับสนุน ชี้แนะ และเรียนรู้ร่วมกับเด็ก ส่วนเด็กเป็นผู้ลงมือกระทำ เรียนรู้ และค้นพบด้วยตนเอง   ดังนั้น  ผู้สอนจะต้องยอมรับ  เห็นคุณค่า รู้จักและเข้าใจเด็กแต่ละคนที่ตนดูแลรับผิดชอบก่อน  เพื่อจะได้วางแผน สร้างสภาพแวดล้อม และจัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ผู้สอนต้องรู้จักพัฒนาตนเอง  ปรับปรุงใช้เทคนิคการจัดกิจกรรมต่างๆให้เหมาะกับเด็ก

๔. การบูรณาการการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยยึดหลักการ บูรณาการที่ว่า หนึ่งแนวคิดเด็กสามารถเรียนรู้ได้หลายกิจกรรม หนึ่งกิจกรรมเด็กสามารถเรียนรู้ได้หลายทักษะและหลายประสบการณ์สำคัญ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของผู้สอนจะต้องวางแผนการจัดประสบการณ์ในแต่ละวันให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นที่หลากหลายกิจกรรม หลากหลายทักษะ  หลากหลายประสบการณ์สำคัญ อย่างเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เพื่อให้บรรลุจุดหมายของหลักสูตรแกนกลางที่กำหนดไว้

๕.  การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก การประเมินเด็กระดับปฐมวัยยึดวิธี       การสังเกตเป็นส่วนใหญ่  ผู้สอนจะต้องสังเกตและประเมินทั้งการสอนของตนและพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กว่าได้บรรลุตามจุดประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ผลที่ได้จากการสังเกตพัฒนาการ จากข้อมูลเชิงบรรยาย จากการรวบรวมผลงาน การแสดงออกในสภาพที่เป็นจริง   ข้อมูลจากครอบครัวของเด็ก  ตลอดจนการที่เด็กประเมินตนเองหรือผลงาน สามารถบอกได้ว่าเด็กเกิดการเรียนรู้และมีความก้าวหน้าเพียงใด  ข้อมูลจากการประเมินพัฒนาการจะช่วยผู้สอนในการ        วางแผนการจัดกิจกรรม  ชี้ให้เห็นความต้องการพิเศษของเด็กแต่ละคน ใช้เป็นข้อมูลในการสื่อสารกับพ่อแม่ ผู้ปกครองเด็ก  และขณะเดียวกันยังใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการศึกษาให้กับเด็กในวัยนี้ได้อีกด้วย

๖. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับครอบครัวของเด็ก เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน  ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เด็กเจริญเติบโตขึ้นมา  ผู้สอน  พ่อแม่  และผู้ปกครองของเด็กจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล  ทำความเข้าใจพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก  ต้องยอมรับและร่วมมือกันรับผิดชอบ  หรือถือเป็นหุ้นส่วนที่จะต้องช่วยกันพัฒนาเด็กให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการร่วมกัน  ดังนั้น  ผู้สอนจึงมิใช่จะแลกเปลี่ยนความรู้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองเกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก      เท่านั้น  แต่จะต้องให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้วย ทั้งนี้ มิได้หมายความให้        พ่อแม่  ผู้ปกครองเป็นผู้กำหนดเนื้อหาหลักสูตรตามความต้องการ โดยไม่คำนึงถึงหลักการจัดที่เหมาะสมกับวัยเด็ก
จุดหมาย

               หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถ และความแตกต่างระหว่างบุคคลทั้งทางด้านร่างกายอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย เด็กจะบรรลุตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่กำหนดไว้ในจุดหมาย 12 ข้อ และในแต่ละช่วงอายุผู้สอนจะต้องคำนึงถึงคุณลักษณะตามวัยของเด็กด้วย มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 จะครอบคลุมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา  ดังนี้
1.  ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย  และมีสุขนิสัยที่ดี
2.  กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง  ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
3.  มีสุขภาพจิตดี  และมีความสุข
4.  มีคุณธรรม  จริยธรรม  และมีจิตใจที่ดีงาม
5.  ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ  ดนตรี  การเคลื่อนไหว  และรักการออกกำลังกาย
6.  ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย
7.  รักธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรม  และความเป็นไทย
8.  อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบประชาธิปไตยอันมี  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
9.  ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
10. มีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
11. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
12. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้  และมีทักษะในการแสวงหาความรู้




กิจกรรม
ให้นักศึกษาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คิดหัวข้อในการสอนมากลุ่มละ 1 หน่วย

หน่วย นม




หน่วย ไข่



อ้างอิงรูปภาพจาก นางสาว จันทร์จิรา นามวิชา
ประเมินผู้สอน : คุณครูแต่งกายสุภาพเรียบร้อย สอนเข้าใจ
ประเมินเพื่อน  : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน
ประเมินตนเอง: แต่งกายเรียบร้อยมีสมาธิขณะเรียน






วิชาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย
(Learning Experiences Management in Early Childhood Education)
อาจารย์ผู้สอน:จินตนา สุขสำราญ
ประจำวันที่:จันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์2560 เวลา 11.30 - 14.30
เรียนครั้งที่:4
กลุ่มเรียน 102 จันทร์ ห้อง 34-301


ความรู้ที่ได้รับ
 
การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
1.ที่มาของหน่วย
มาจากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยคือ สาระที่ควรเรียนรู้ได้แก่
  เรื่องราวเกี่ยวกับเด็ก
  เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่
  ธรรมชาติรอบตัว
 สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก
2. ทำ Mind Mapping
แสดงในสิ่งที่เด็กควรรู้ในหน่วยนั้น เพื่อสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก
3. ออกแบบการจัดประสบการณ์
ยึดหลักของทฤษฎีทางร่างกาย เช่น ทฤษฎีพัฒนาการของ เพียเจย์


การเขียนแผนการจัดประสบการณ์
วัตถุประสงค์ คือ สิ่งที่ต้องการให้เกิดกับเด็ก
สาระที่ควรเรียนรู้ คือ สิ่งที่เด็กเรียนรู้
แนวคิด คือ คอนเซปของเรื่อง ที่จะสอน ตัวอย่างเช่น กระบวนทางวิทยศาสตร์
ประสบการณ์สำคัญ คือ มาจากหลักสุตร เป็นพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
รายวิชา (การบูรณาการ)
แผนที่เครือข่ายใยแมงมุม


เทคนิคการจัดประสบการณ์ หน่วย ไข่
ร้องเพลง (เกี่ยวกับเรื่องที่จะสอน)
ถามเด็กว่าในเพลงมีไข่อะไรบ้าง
ครูเขียนบันทึกและถามเด็กว่า นอกจากไข่ที่อยู่ในเพลงแล้ว เด็กๆยังรู้จักใครอะไรอีกบ้าง
นำตะกร้าใส่ไขามาให้เด็กดุ โดยนำผ้ามาคลุมไว้และถามเด้กว่า ในตะกร้าที่คุณครูนำมามีอะไรอยู่ในนี้
ถามเด็กว่าเด็กๆคิดว่า มีไข่ในตะกร้าประมาณกี่ฟอง (เด็กจะเกิดการคาดคะเนจากลักษณะและขนาดของตะกร้า)
นำไข่ออกมานับโดยเรียงให้เด็กเห็นชัดเจน หลังจากที่นับแล้วให้เด็กบอกจำนวน แล้วเขียนกำกับจำนวนตัวเลขฮินดูอารบิกแทนค่าจำนวนที่นับได้
จัดกลุ่มประเภทของไข่ (ไข่ที่ไม่ใช่ไข่ไก่) จากนั้นให้นับจำนวนไข่ไก่ที่ไม่ใช่ไข่ไก่
ให้เด็กเปรียบเทียบ (เด็กจะตอบตายมที่ตาเห็น อยู่ในขั้นอนุรักษ์ )โดยให้เด็กจับคู่ 1 ต่อ 1 ออกทีลยะคู่ ถ้าไข่ไก่ยังเหลือแสดงว่าไข่ไก่มีจำนวนมากกว่าไข่ที่ไม่ใช่ไข่ไก่




การทดสอบการสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
หน่วยไข่ เรื่อง ประเภทของไข่ (วันจันทร์)
    -การเคลื่อนไหวตามจังหวะและสัญญาณ
    -การฟังและปฎิบัติตามคำสั่งหรือข้อตกลง
    -การฝึกความจำ





หน่วยดิน เรื่อง ประเภทของดิน(วันจันทร์)
    -การเคลื่อนไหวตามจังหวะและสัญญาณ
    -การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
    -ผู้นำผุ้ตาม





หน่วยนม เรื่อง ประเภทของนม(วันจันทร์)
    -การเคลื่อนไหวคามจังหวะและสัญญาณ
    -การเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์





ประเมินผู้สอน : คุณครูแต่งกายสุภาพเรียบร้อยมีการบอกข้อผิดพลาดในการสอนเคลื่อนไหวว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติม
ประเมินเพื่อน  : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน
ประเมินตนเอง: มีสมาธิขณะที่ทดลองสอนเคลื่อนไหวตื่นเต้นนิดหน่อย








วิชาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย
(Learning Experiences Management in Early Childhood Education)
อาจารย์ผู้สอน:จินตนา สุขสำราญ
ประจำวันที่:นจันทร์ที่ 30 มกราคม 2560 เวลา 11.30 - 14.30
เรียนครั้งที่:2
กลุ่มเรียน 102 จันทร์ ห้อง 34-301



ความรู้ที่ได้รับ

 ห้องเรียนจะแบ่งเป็นพื้นที่มุมเล่นสำหรับเด็ก เช่น มุมหนังสือและมุมเขียน มุมบล็อก มุมศิลปะ มุมบ้าน มุมของเล่น จัดให้มีพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับทำกิจกรรมกลุ่มใหญ่ กิจกรรมกลุ่มย่อย รับประทานอาหาร และนอนพักผ่อน พื้นที่เก็บของใช้ส่วนตัวเด็กและครู และพื้นที่เพื่อการสื่อสารกับผู้ปกครอง



 มุมหนังสือและมุมเขียน 


        มุมหนังสือและมุมเขียนจัดหนังสือไว้อย่างน้อย 5 เท่าของจำนวนเด็กในห้องเรียน จัดวางหนังสือหลากหลายชนิด ซึ่งมีความยากง่ายต่างๆกัน จัดหนังสือตามหัวข้อที่เด็กสนใจมาวางเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงหนังสือตามโอกาส จัดให้น่าสนใจและดึงดูดใจให้เด็กเข้าไปอ่าน ปูพรม มีหมอนขนาดต่างๆ จัดให้มีสมุดบันทึกการอ่าน
และเปิดโอกาสให้เด็กยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน จัดวางกระดาษชนิดต่างๆ เครื่องเขียนหลากหลายชนิด และตรายางไว้ จัดให้มีรายการคำเพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับการเขียน- จัดอุปกรณ์ให้เพียงพอกับเด็กและจัดวางให้เด็กหยิบใช้และเก็บเองได้

 มุมบล๊อก


        มุมบล็อกจัดให้มีบล็อกหลายขนาด หลายประเภทและมีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของเด็ก มีของเล่นประกอบ เช่น ต้นไม้ สัตว์ คน รถ จำลอง ปูพรมเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงดังเกินไป จัดไว้ห่างจากมุมหนังสือ ทำป้ายหรือสัญลักษณ์เพื่อแสดงที่เก็บบล็อก จัดวางกระดาษ และเครื่องเขียนไว้เพื่อการบันทึก และจัดแสดงบันทึกผลงานการต่อบล็อกของเด็ก

 มุมบ้าน


        มุมบ้านจัดให้มีสิ่งของต่างๆสำหรับเล่นสมมุติ เช่น เสื้อผ้า ของใช้ ถ้วยชาม ผักผลไม้จำลอง โทรศัพท์ เตารีด ตุ๊กตา เปล กระจก จัดเครื่องเขียนและกระดาษไว้เพื่อให้เด็กสามารถเขียนเมื่อต้องการ จัดให้มีบรรยากาศอบอุ่นคล้ายบ้าน เปลี่ยนเป็นมุมอื่นๆได้ตามความสนใจของเด็ก เช่น ร้านอาหาร โรงพยาบาล ร้านเสริมสวย ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ

 มุมของเล่น


      มุมของเล่นเป็นมุมที่ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับการจำแนก การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง การเรียงลำดับ และการนับ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญทางคณิตศาสตร์ได้อย่างเหมาะสมกับพัฒนาการ รวมทั้งยังส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสเพื่อการรับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกด้วย สื่อที่จัดไว้ในมุมของเล่นประกอบด้วยของเล่นสำหรับแยกประเภท และจัดกลุ่ม เช่น เปลือกหอยกระดุม ก้อนหิน เมล็ดพืช ฯลฯ ของเล่นที่แยกออกและประกอบเข้าด้วยกันได้ เช่น วัสดุสำหรับการร้อย เลโก้ ขวดที่มีฝาขนาดต่างๆ ฯลฯ ของเล่นสมมุติเล็กๆ เช่น บ้านตุ๊กตา เครื่องมือช่าง ฯลฯ เกมการศึกษาของเล่นที่จัดวางไว้ควรเหมาะสมกับระดับพัฒนาการของเด็ก มีการเปลี่ยนแปลงตามโอกาส และหัวข้อที่เด็กสนใจ จัดให้น่าสนใจ และดึงดูดให้เด็กเข้าไปเล่น จัดของเล่นประเภทเดียวกันไว้ด้วยกันในภาชนะที่เด็กมองเห็นของเล่นได้ง่าย จัดวางในระดับสายตาของเด็ก และใช้สัญลักษณ์เพื่อให้เด็กเก็บของเล่นเข้าที่ได้โดยสะดวก

  มุมวิทยาศาสตร์


   
       ธรรมชาติของเด็กปฐมวัยทุกคนมีความเป็นนักสำรวจโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าอยู่ในตัวเอง เด็กจะใช้การดู ฟัง ดม ชิม และสัมผัสเพื่อค้นหาคำตอบ มุมวิทยาศาสตร์จึงเป็นมุมที่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็กได้เป็นอย่างดีสื่อที่ควรจัดไว้ในมุมวิทยาศาสตร์ควรเป็นสื่อจากธรรมชาติ เช่น เปลือกหอย ก้อนหิน เมล็ดพืช รังนก ต้นไม้ ฯลฯ อาจมีการเลี้ยงปลา มีอุปกรณ์อื่นๆ เช่น แว่นขยาย แม่เหล็ก สายวัด คาไลโดสโคป หนังสือหรือโปสเตอร์เกี่ยวกับการทดลอง ชีวิตสัตว์ หรือเรื่องอื่นๆ ที่เด็กสนใจสำรวจและเรียนรู้ ควรจัดให้มีเครื่องเขียน และกระดาษสำหรับบันทึกไว้ด้วย


 มุมศิลปะ



        เด็กปฐมวัยทุกคนมีความเป็นศิลปินโดยธรรมชาติ ศิลปะเป็นภาษาที่เด็กใช้เพื่อสื่อสารความเป็นตัวตนของเด็ก มุมศิลปะในห้องเรียนอนุบาลจึงควรมีวัสดุอุปกรณ์ที่หลากหลายเพื่อให้เด็กได้เลือกที่จะวาดภาพระบายสี เล่นกับสี พิมพ์ภาพ ปั้น พับ ฉีก ตัด ปะ ประดิษฐ์เศษวัสดุ ร้อย สาน หรือสร้างรูปจากอุปกรณ์ต่างๆ วัสดุอุปกรณ์ที่จัดวางไว้ในมุมศิลปะ ได้แก่ กระดานขาตั้งสำหรับวาดรูป กระดาษชนิดต่างๆ สีเทียน สีไม้ สีน้ำ พู่กัน รูปภาพสำหรับตัด หนังสือพิมพ์ กรรไกร กาว
แป้งโดว์ ดินเหนียว หรือวัสดุอื่นสำหรับการปั้น แม่พิมพ์ เชือก เสื้อกันเปื้อน ผ้าเช็ดมือ เศษวัสดุสำหรับการประดิษฐ์ ฯลฯ

คุณครู สอนเทคนิคการร้องเพลงสงบเด็กจากโรงเรียนที่เพื่อนได้ไปสังเกตมา เช่น

เพลง โปเล โปลา 
โปเล โปเล โปลา โปเล โปเล โปลา
เด็กน้อยยื่นสองแขนมา มือซ้ายขวา ทำลูกคลื่นทะเล
ปลาวาฬ พ่นน้ำเป็นฝอย ปลาเล็ก ปลาน้อย ว่ายตาม
ปลาวาฬ นับ 1 2 3 ใครว่ายตาม ปลาวาฬจับ


เพงเเมงมุมลาย
แมงมุมลายตัวนั้น
ฉันเห็นมันสงสารเหลือทน
วันหนึ่งมันถูกฝน ไหลลงจากบนหลังคา
พระอาทิตย์ส่องแสง ฝนแห้งเหือดไปลับตา
มันรีบไต่ขึ้นฟ้า หันหลังมาทำตาลุกวาว



เพลงจับปูดำ
จับปูดำ ขยำปูนา จับปูม้า คว้าปูทะเล
สนุกจริงเอย แล้วเลยนอนเปล ชะโอละเห่ นอนเปลเลยหลับไป


เอามือวางไว้บนตัก
ช่างน่ารัก น่ารักจริง ๆ
เด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน
พวกเราทุกคน.ไม่ใช่ลูกลิง


มดแดง กัดแข้งกัดขา
กัดเสื้อ กัดผ้า ตุ๊งแฉ่ง ตุ๊กแฉ่ง
เรามีตาไว้ดู เรามีหูไว้ฟัง
คุณครูท่านสอนท่านสั่ง
ต้องตั้งใจฟัง ต้องตั้งใจดู



การจัดกิจกรรมกลางแจ้ง
ร้องเพลง (เรียกเด็ก)
เพลง เข้าแถว
เข้าแถว เข้าแถว
อย่าล้ำแนวยืนเรียงกัน
อย่ามัวเเชเชือน
เดินตามเพื่อนให้ทัน
ระวังจะเดินชนกัน
เข้าแถวพลันว่องไว



เพลง รถไฟ
รถไฟไม่ใช่รถเจ๊ก
มันทำด้วยเหล็ก ฉึกฉัก ฉึกฉัก
รถเจ๊กไม่ใช่รถไฟ
มันทำด้วยไม้ ก็อกแก็ก ก็อกแก็ก



**ในกรณีที่เด็กนั่งเล่นอยู่ในห้อง ให้ครูร้องเพลงเรียก**

เพลง  เด็กผู้หญิงอยู่ไหน
เด็กผู้หญิงอยู่ไหน (ซ้ำ)  อยู่นี่จ๊ะ อยู่นี่จ๊ะ
สุขสบายดีหรือไร สุขสบายทั้งกายและใจ
ไปก่อนล่ะ สวัสดี



เพลง เด็กผู้ชายอยู่ไหน
เด็กผู้หญิงอยู่ไหน (ซ้ำ)  อยู่นี่ครับ อยู่นี่ครับ
สุขสบายดีหรือไร สุขสบายทั้งกายและใจ
ไปก่อนล่ะ สวัสดี



 เทคนิคการสงบเด็ก (เก็บเด็ก) เพื่อให้เด็กมีสมาธิเพื่อให้พร้อมต่อการเรียนรู้
ท่องคำคล้องจอง
เอามือวางไว้ที่หัว  ช่างน่ากลัวน่ากลัวจริงๆ
เอามือวางไว้ที่ไหล่  ช่างไฉไลไฉไลจริงๆ
เอามือวางไว้ที่อก ช่างตลกตลกจริงๆ
เอามือวางมือไว้ที่ตัก ช่างน่ารักน่ารักจริงๆ



เส้นหมี่ เส้นหมี่ เส้นหมี่
ซาลาเปา ซาลาเปา ซาลาเปา
หมูสับ หมูสับ หมูสับ
เเล้วก็ข้าวต้มมัด ฮึบ!



ร้องเพลง
เพลง นั่่งตัวตรงตรง
นั่งตัวตรงตรง
 วางมือลงไว้บนตัก
เด็กๆที่น่ารัก
ต้องรู้จักตั้งใจฟัง
ต้องรู้จักตั้งใจดู
ต้องรู้จักฟังคุณครู



เพลง กล้วยปิ้ง
กล้วยปิ้ง กล้วยปิ้ง กล้วยปิ้ง
กล้วยปิ้งอร่อยอร่อย
ใส่น้ำใส่เกลือนิดหน่อย (ซ้ำ)
อร่อยอร่อยกล้วยปิ้ง กล้วยปิ้ง



เพลง ตบมือแปะแปะ
ตบมือแปะแปะ เรียกแพะเข้ามา
แพะไม่มา เอามือปิดปากรูดซิบ



เพลง หากว่าเรากำลังสบาย
หากว่าเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน (ซ้ำ)
หากว่าเรากำลังสบายจงยักไหลพลัน (ซ้ำ)
หากว่าเรากำลังสบายจงแลบลิ้นพลัน (ซ้ำ)
หากว่าเรากำลังสบายจงแอ๊ะแอ๋พลัน (ซ้ำ)
หากว่าเรากำลังสบายจงเงียบเสียงพลัน




เทคนิคการจัดเด็กเป็นครึ่งวงกลม

ให้เด็กแบ่งจำนวนแถวเท่าๆกันละให้เเถวด้านข้างสองฝั่งอยู่กับที่แล้วให้แถวถัดมาเดินมาจับมือเเถวด้านข้าง จนกลายเป็นวงกลมการประยุคเพลงที่มีอยุ่ให้เป้นเพลงใหม่ เช่น ทำนองเพลงนิ้วมืออยู่ไหน เพลงนิ้วมืออยู่ไหนเด็กหญิงอยู่ไหน เด็กหญิงอยู่ไหน อยู่นี่คะ  อยู่นี่คะ สุขสบายดีหรือไร สุขสบายทั้งกายและใจ ไปก่อนละสวัสดีเด็กชายงอยู่ไหน เด็กชายอยู่ไหน อยู่นี่ครับ อยู่นี่ครับ สุขสบายดีหรือไร สุขสบายทั้งกายและใจ ไปก่อนละสวัสดี





ประเมินผู้สอน : คุณครูแต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีน้ำเสียงในการสอนที่น่าฟัง
ประเมินเพื่อน  : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน
ประเมินตนเอง:แต่งกายเรียนบร้อย มีสมาธิขณะเรียน มาทันเวลา